หน้าหลัก |  ติดต่อเรา  |       
 

รู้จักโครงการ
โรงเรียนในเครือข่าย
แนวทางการจัดการเรียนรู้
เรื่องเล่าคราวเยี่ยมเยือน
คุยกับนายทองดี
 
 
 
 

ฝันโลกาภิวัตน์กลางโลกร้อน

ที่มา: สำนักข่าวเอพี 
วันที่ 21 มีนาคม 2550 

 
โลกกำลังนับถอยหลังรอรับภัยพิบัติทางภูมิอากาศ...
  • นับแต่เริ่มมีการบันทึกอุณหภูมิพื้นผิวโลกเมื่อปี ค.ศ.1860 เป็นต้นมา ปรากฏว่าปีที่โลกร้อนที่สุดถึง 8 ในจำนวน 10 ปีเกิดขึ้นในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
  • ถึงปี ค.ศ.2100 คาดว่าอุณหภูมิพื้นผิวโลกน่าจะสูงขึ้นระหว่าง 1.8-4 องศาเซลเชียส และระดับน้ำทะเลน่าจะสูงขึ้นระหว่าง 18-59 เซนติเมตร
  • น้ำแข็งในทะเลหดตัวลงถึงปีละ 60,421 ตารางกิโลเมตร คาดว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะทำให้ทวีปอาร์กติกทางขั้วโลกเหนือกับแอนตาร์กติกทางขั้วโลกใต้หดตัวลง ในบางกรณี เป็นไปได้ที่น้ำแข็งปลายฤดูร้อนแถบขั้วโลกเหนือจะหายสาบสูญไปเกือบหมดตอนท้ายคริสต์ศตวรรษที่ 21
  • เมืองชายทะเล 13 แห่งที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลกและอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นดังกล่าว มีคนอยู่รวมกันถึง 100 ล้านคน
  • คาดว่าลมพายุ, คลื่นความร้อนและฝนตกหนักจะหนักหน่วงรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในทศวรรษถัดๆ ไปข้างหน้า
  • แน่ใจได้ถึง 90% ว่าปรากฏการณ์โลกร้อนนี้น่าจะเกิดจากการกระทำของมนุษย์, ผลกระทบของมันมิอาจพลิกย้อนให้กลับคืนดังเดิมได้ และอาจยืดเยื้อยาวนานไปกว่าพันปี

(ข้อมูลจาก Mosarrof Hussain ใน Josh Arnold-Forster,"A Matter of Security," New Statesman, 29 January 2007; และ "Un : People cause warming." Bangkok Post, 3 February 2007, p.7)

          นี่เป็นการวิเคราะห์คาดการณ์ของ "Climate Change 2007" อันเป็นรายงานประเมินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับที่ 4 ของ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC หรือองค์คณะระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติเมื่อปี ค.ศ.1988) ยาว 4 เล่มจบ และจัดทำโดยบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้เขียนหลักกว่า 450 คน ผู้เขียนสมทบกว่า 800 คน ผู้เชี่ยวชาญอ่านตรวจอีกกว่า 2,500 คน จากกว่า 130 ประเทศ เป็นเวลานาน 6 ปี ที่เพิ่งเปิดตัวไป ณ กรุงปารีส เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (ดูรายงานนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.ipcc.ch/)

ด้วยเหตุนี้เอง "นาฬิกาโลกาวิบัติ" ซึ่งจำลองสร้างขึ้นโดยคณะนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญนโยบายนานาประเทศแห่ง Bulletin of the Atomic Scientists เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนชาวโลกให้รู้ถึงหายนภัยที่กำลังคุมคาม จึงถูกหมุนเข็มยาวขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนไปอีก 2 นาที เป็นเวลา 23.55 น. เนื่องจากผลของภาวะโลกร้อนดังกล่าวและ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง นักจักรวาลวิทยาและนักคณิตศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือ ประวัติย่อของกาลเวลา (ค.ศ.1988) อันโด่งดังไปทั่วโลก ก็ชี้ว่า ภาวะโลกร้อนร้ายแรงเสียจนบดบังการท้าทายอื่นๆ ที่เผชิญโลกอยู่ทั้งหมด เขาสรุปว่า "การก่อการร้ายอย่างมากก็ฆ่าคนเป็นร้อยเป็นพัน แต่ภาวะโลกร้อนฆ่าคนได้เป็นล้านๆ เราควรทำสงครามต่อต้านภาวะโลกร้อนมากกว่าต่อต้านการก่อการร้ายด้วยซ้ำไป" ("Doomsday Clock Moved forward," Bangkok Post, 19 January 2007, p.10)

ขณะที่นายบันคีมูน เลขาธิการทั่วไปคนใหม่ของสหประชาชาติ ก็ได้ออกคำแถลงแสดงทรรศนะ ต่อผลการวิจัยในรายงานโลกร้อนของ IPCC ล่าสุดว่า "สิ่งแวดล้อมโลกยังคงเสื่อมโทรมต่อไปไม่ผ่อนเพลา และผลของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศก็กำลังเป็นที่รู้สึกได้ทั่วทั้งโลก ...ทว่าผู้ที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการนี้ กลับได้แก่คนยากคนจนในแอฟริกา, ในบรรดารัฐกำลังพัฒนาบนเกาะเล็กๆ ทั้งหลาย และในที่อื่นๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านี้จะมีส่วนรับผิดชอบน้อยที่สุในการก่อภาวะ

 

โลกร้อนก็ตาม "โอกาสเดียวกันนี้ นายอาคิม สไตเนอร์ หัวหน้าโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เจ้าภาพการประชุม เปิดตัวรายงานวิจัย "Climate Change 2007" ก็กล่าวว่า "โลกาภิวัตน์กำลังเขมือบกินทรัพยากรของโลกโดยมิได้สนองประโยชน์โภชผลให้ตามที่คาดหวัง" ("Ban : Poor will Suffer most," Bangkok Post, 6 February 2007, p.10) ก็แล้วอะไรคือความฝันที่โลกาภิวัตน์เร่ขายให้ชาวโลกท่ามกลางโลกที่นับวันร้อนรุ่มขึ้นนี้เล่า?

จอห์น ราลสตัน ซอล นักปรัชญาการเมืองและปัญญาชนสาธารณะชาวแคนาดา ได้ประมวล
สรุปรายการความฝันโลกาภิวัตน์ดังกล่าวในรอบ 30 กว่าปีที่ผ่านมา ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุดของเขาชื่อ The Collapse of Globalism and the Reinvention of the World (ค.ศ.2005 p.15-16) ว่า


"...คำมั่นสัญญาของโลกาภิวัตน์เป็นไปในทำนองนี้คือ อำนาจของรัฐชาติกำลังเสื่อมถอยลงบรรดารัฐแบบที่เรารู้จัก อาจกำลังล้มหายตายจากไปด้วยซ้ำในอนาคต อำนาจจะอยู่กับตลาดโลกทั้งหลาย ฉะนั้น เศรษฐศาสตร์จะกำหนดความเป็นไปของมนุษย์ มิใช่การเมืองและกองทัพเมื่อตลาดโลกเหล่านี้เป็นอิสระ จากผลประโยชน์แห่งชาติอันคับแคบและกฎระเบียบที่คอยกีดขวาง มันก็จะค่อยๆ สถาปนาความสมดุลทางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศขึ้นมาและแล้วในที่สุดเราก็จะเติบโตหลุดพ้นจากปัญหาอมตะ อมตะเรื่องวงจรเฟื่องฟู-ตกต่ำทางเศรษฐกิจตลาดดังกล่าว จะปล่อยระลอกคลื่นการค้าแผ่ขยายออกมา และในทางกลับกันระลอกคลื่นเหล่านี้ก็จะปล่อยกระแสความเติบโตทางเศรษฐกิจ แผ่กว้างออกไปกระแสคลื่นที่ว่านั้น จะยกเรือทั้งหมดให้ลอยลำสูงขึ้น รวมทั้งลำของคนจนด้วย ไม่ว่าจะในโลกตะวันตกหรือโลกกำลังพัฒนาก็ตาม ความมั่งคั่งไพบูลย์ที่เกิดขึ้น จะทำให้ปัจเจกบุคคลผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบทั้งหลาย พลิกเปลี่ยนระบอบเผด็จการให้กลายเป็นประชาธิปไตยได้ แน่ล่ะว่าระบอบประชาธิปไตยเหล่านี้ย่อมไม่มีอำนาจสัมบูรณ์ ดังเช่นรัฐชาติแต่เก่าก่อน และดังนั้น เราก็จะเห็นลัทธิชาตินิยม, เชื้อชาตินิยม และความรุนแรงทางการเมือง ที่ไร้ความรับผิดชอบทั้งหลายฝ่อเหี่ยวไปเองในแง่เศรษฐกิจ ขนาดของตลาดใหม่ๆ เหล่านี้ โดยตัวมันเองย่อมเรียกร้องต้องการบรรษัท ที่ใหญ่โตขึ้นทุกที และขนาดของบรรษัทที่ว่านี้นี่แหละ จะยกมันให้หลุดพ้นจากความเสี่ยงที่กิจการจะล้มละลาย สิ่งนี้จะเป็นต้นตออีกประการหนึ่งให้เกิดเสถียรภาพระหว่างประเทศ บรรษัทข้ามชาติเหล่านี้จะอยู่แถวหน้าสุดในภาวะผู้นำ ของตลาดเหนืออารยธรรม พวกมันจะกลายเป็นเสมือนรัฐ และฐานะครอบงำอันก้าวร้าวของมัน จะทำให้มันไม่สะทกสะท้านต่ออคติลำเอียงทางการเมืองในท้องถิ่น ใดๆทั้งหลายทั้งปวง ที่กล่าวมาข้างต้น จะสร้างเงื่อนไขให้เกิดธรรมาภิบาลที่แข็งแรง และดังนั้น เราจะได้เห็นธรรมดารัฐบาลปลอดหนี้ปรากฏขึ้นมา ตลาดจะไม่ยอมรับอะไรที่ด้อยไปกว่านี้เด็ดขาดบัญชีงบดุลสาธารณะ ที่มีเสถียรภาพเยี่ยงนั้น ย่อมจะทำให้สังคมของเราพลอยมีเสถียรภาพ ไปด้วยกล่าวโดยสรุปก็คือ เมื่อเป็นอิสระจากพันธนาการของคนที่หัวรั้นเอาแต่ใจตัวแล้ว เราก็จะสามารถดำเนินการตามผลประโยชน์ส่วนตัวของเราเองแต่ละคนไปสู่ชีวิตที่มั่งคั่งไพบูลย์และเป็นสุขโดยทั่วไปได้ วงจรประวัติศาสตร์จะถูกหักสะบั้นจากกันและประวัติศาสตร์ก็จะตายลงจริงๆ นั่นแหละอนิจจา...ความฝัน (โลกาภิวัตน์+ประชาธิปไตย+ความเป็นธรรมทางสังคม) ดังกล่าวกำลังระเหิดระเหยหายไปกับภาวะโลกร้อน!!!
 
 
 

 

โครงการโรงเรียนพิทักษ์ภูมิอากาศ
ดำเนินการโดย ฝ่ายกิจกรรมภาคสนาม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย