หน้าหลัก |  ติดต่อเรา  |       
 

รู้จักโครงการ
โรงเรียนในเครือข่าย
แนวทางการจัดการเรียนรู้
เรื่องเล่าคราวเยี่ยมเยือน
คุยกับนายทองดี
 
 
 
 

เทคโนโลยีสุดขั้ว สู้วิกฤติมนุษย์ก่อโลกร้อน

ที่มา : www.matichon.co.th/khaosod 
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550 

 

          หลังจากใช้เวลาตรวจและวิเคราะห์ข้อมูลความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกอยู่นาน 6 ปีเต็มในที่สุด "ไอพีซีซี" ก็เปิดเผยรายงานใหม่ล่าสุดเกี่ยวข้องกับวิกฤต "โลกร้อน" ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

           รายงานที่ไอพีซีซีเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นเพียงส่วนแรก ซึ่งพยากรณ์สภาพความเปลี่ยนแปลงของอากาศ จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญ 1,200 คนจาก 40 ประเทศทั่วโลก นอกจากนั้น ยังยืนยันเป็นครั้งแรกว่า ที่มาของวิกฤตการณ์โลกร้อนร้อยละ 90 มาจาก "น้ำมือของมนุษย์"

- ผ่านการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล
- ควันพิษจากอุตสาหกรรม
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปสะสมในชั้นบรรยากาศ และ
- การบุกรุกทำลายผืนป่า เป็นหลัก ชายฝั่งจมทะเล ไอพีซีซีประเมินว่า ภายในปี ค.ศ.2100 (พ.ศ.2643)หรือเกือบ 100 ปีนับจากวันนี้อุณหภูมิของโลกมีโอกาสเพิ่มขึ้นระหว่าง 1.1-6.4 องศาเซลเซียส แต่ตัวเลขที่มีความเป็นไปได้สูงสุด คือ 1.8-4.0 องศาเซลเซียส ด้วยอุณหภูมิที่ขยับเดินหน้าขึ้นไปเช่นนั้นจะทำให้ระดับน้ำทะเลของโลกภายในปี 2643 เพิ่มสูงขึ้นระหว่าง 18-59 เซนติเมตร ขณะที่งานวิจัยฉบับก่อนหน้า เคยพยากรณ์ระดับน้ำทะเลว่าอาจเพิ่มขึ้น 140 เซนติเมตร ทำให้พื้นที่ชายฝั่งในวันนี้อาจสูญหายไปได้ ถ้าประชาคมโลกยังไม่มีมาตรการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศจนอุณหภูมิน้ำทะเลร้อนตามโลกไปด้วย ส่งผลให้ "น้ำแข็ง" และ "ธารน้ำแข็ง" ในแถบกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกละลายอย่างรวดเร็ว

ภัยธรรมชาติแรงขึ้น  รายงานไอพีซีซี ยังระบุด้วยว่า ก่อนถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ปริมาณก๊าซเรือนกระจก มนุษย์ปล่อยไปสู่ชั้นบรรยากาศนั้นมีไม่มากนัก ระดับการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่อันตรายที่สุด ในชั้นบรรยากาศมีประมาณ 280 พีพีเอ็ม (ppm.) แต่ในปี 2548 พุ่งสูงไปจนถึง 379 พีพีเอ็ม (ppm.) ภายในศตวรรษ หรือรอบ 100 ปีจากนี้ คาดว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อน จะทำให้โลกต้องเผชิญกับ "พายุ" ถี่ และบ่อยขึ้นกว่าที่ผ่านมา 66 เปอร์เซ็นต์  ภูมิภาคที่ตั้งอยู่ตรงตอนกลาง-ตอนเหนือ เส้นศูนย์สูตรจะเจอกับสภาพหิมะ หิมะและฝนตกหนักมากกว่าเดิม 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนภูมิภาคในเขตร้อนจะมีฝนและหิมะตกน้อยลง

          เทคโนโลยี "สุดขั้ว" สู้โลกร้อน  ที่ผ่านมา แนวทางบรรเทาภัยโลกร้อนที่นักวิทยาศาตร์เสนอในระดับทั่วไป
ได้แก่ การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลและน้ำมัน อาทิ เทคโนโลยีพลังงานลมพลังแสงอาทิตย์ พลังคลื่น และพลังงานนิวเคลียร์อย่างไรก็ตาม มีนักวิทยาศาสตร์บางคนคิดไปไกลกว่านั้น โดยเสนอแนวทาง "สุดขั้ว" เพื่อสกัดกั้นแสงอาทิตย์จากนอกโลกโดยตรง ซึ่งแต่ละข้อเสนอล้วนมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้

ปั๊มก๊าซซัลเฟอร์สู่ชั้นบรรยากาศ พอล ครัตเชน นักเคมีวิทยาเจ้าของรางวัลโนเบล เสนอว่า ถ้าเราปล่อยซัลเฟอร์หลายล้านตันออกไปสะสมปกคลุมอยู่ในบรรยากาศโลกชั้นบน จะส่งให้ซัลเฟอร์จำนวนมหาศาลเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับกระจกที่ช่วยสะท้อนปริมาณแสง อาทิตย์ที่ตกมาถึงพื้นโลกกลับออกไปในอวกาศได้ราว 1 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้บรรเทาภาวะโลกร้อนได้ระดับหนึ่ง ข้อเสียของแนวคิดนี้ก็คือ จะทำให้ชาวโลกเผชิญกับปัญหาฝนกรดและโรคระบบทางเดินหายใจมากขึ้น

ส่ง"ที่บังแดด"คลุมโลก โรเจอร์ แองเจิ้ล นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอริโซนา สหรัฐอเมริกา มองไปไกลยิ่งกว่าครัตเชน โดยเขาเชื่อว่า เราสามารถประดิษฐ์ "เลนส์สะท้อนแสง" ขนาดเล็กจำนวนหลายล้านล้านชิ้นและส่งมันออกไปลอยคว้างอยู่ในวงโคจรโลกเพื่อทำหน้าที่เป็น "ที่บังแดด" คอยสะท้อนแสงอาทิตย์ไม่ให้ตกมาถึงพื้นโลกได้อย่างน้อยๆ 2 เปอร์เซ็นต์ แนวความคิดนี้ดูท่าจะสำเร็จยาก เนื่องจากเฉพาะค่าลงทุนสร้างเลนส์สะท้อนแสงหลายล้านล้านชิ้นและส่งออกไปนอกโลกก็คิดเป็นเงินมโหฬารสูงกว่า ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ห่อหุ้มโลกด้วย"ฝุ่น" เคอร์ติส สตรัก นักดาราศาสตร์มหาวิทยาลัยไอโอวา สหรัฐอเมริกา ตั้งทฤษฎีว่ามนุษย์สามารถเก็บรวบรวม "ฝุ่นในอวกาศ" ที่เกิดจากดาวหางและฝุ่นบนดวงจันทร์นำมาใช้เป็น "เครื่องกำบัง"บดบังไม่ให้แสงอาทิตย์สาดส่องลงไปยังโลกมนุษย์ได้เดือนละหลายชั่วโมง สตรักเสนอให้นักวิทยาศาสตร์หาทางรวบรวมและกำหนดให้ฝุ่นอวกาศดังกล่าวเกาะกันเป็นก้อนและโคจรรอบๆ โลกคล้ายกับพระจันทร์ โดยเชื่อว่าแนวทางนี้จะลดปริมาณแสงแดดที่ส่องตรงมายังโลกได้เดือนละมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ แต้ข้อเสียของทฤษฎีนี้คือฝุ่นอวกาศอาจเสียวงโคจรและพุ่งไปสร้างความเสียหายแก่ดาวเทียม

ติดวัสดุสะท้อนแสง นักฟิสิกส์หลายสำนักเสนอให้มีการติดตั้ง "วัสดุสะท้อนแสงอาทิตย์" เอาไว้ตามพื้นผิวประเภทต่างๆ บนโลกเรา เช่น ถนน ทะเลทราย มหาสมุทร ตึกรามบ้านช่อง เพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์กลับออกไปนอกโลกให้มากขึ้น แนวคิดนี้ดูเหมือนมีความเป็นไปได้มากที่สุดในบรรดา 4 ข้อเสนอ แต่ยังต้องศึกษาผลกระทบระยะยาวว่า ถ้าใช้วิธีการนี้แล้วทำให้ปริมาณความร้อนบนผิวโลก รวมถึงในมหาสมุทรลดต่ำลง จะก่อให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนตามมาหรือไม่


 
 

 

โครงการโรงเรียนพิทักษ์ภูมิอากาศ
ดำเนินการโดย ฝ่ายกิจกรรมภาคสนาม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย