ปี 2370 : Jean Baptiste Fourier ชาวฝรั่งเศส เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคตจะเกิดปรากฏการณ์แปรปรวนเกี่ยวกับสภาพบรรยากาศส่งผลให้อุณหภูมิโลกอบอุ่นขึ้น คำพยากรณ์นี้ก็หมายถึงสภาวะ "ก๊าซเรือนกระจก" ที่สะสมในชั้นบรรยากาศจนเป็นสาเหตุโลกร้อนในเวลาต่อมานั่นเอง
ปี 2433 : Svante Arrthenius นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน กับ P C Chamberlain นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน ศึกษาจนพบว่า การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในบรรยากาศและอาจก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน
ปี 2513 : กระทรวงพลังงาน สหรัฐอเมริกา เริ่มจัดทำรายงานหลายฉบับเพื่อศึกษาปัญหาโลกร้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ปี 2522 : การประชุมสภาพบรรยากาศโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกและเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกวางมาตรการป้องกันวิกฤตสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง
ปี 2528 : การประชุมปัญหาก๊าซเรือนกระจกระดับโลกถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก ที่เมืองวิลลาช ประเทศออสเตรีย และเปิดข้อมูลว่าก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายนอกเหนือจาก CO2 แล้วก็ยังมีมีเทน โอโซน ซีเอฟซี และไนตรัสออกไซด์
ปี 2533 : "ไอพีซีซี" เปิดเผยรายงานภัยโลกร้อนฉบับแรก ชี้ว่า ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกร้อนกว่า 100 ปีก่อน ราวๆ 0.5 องศาเซลเซียส และเตือนว่า แนวทางป้องกันปัญหาโลกร้อนไม่ให้เข้าขั้นวิกฤตต้องทำโดยการออกมาตรการหยุดยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเด็ดขาดเท่านั้น
ปี 2537 : กลุ่มพันธมิตรประเทศเกาะขนาดเล็ก ซึ่งวิตกว่าภาวะโลกร้อนจะเร่งเวลาละลายของน้ำแข็งขั้วโลกและเพิ่มระดับน้ำทะเลให้สูงขึ้นจนเป็นอันตรายต่อชาติหมู่เกาะ ออกมติเรียกร้องให้ประชาคมโลกช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอีก 20 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2005
ปี 2540 : ที่ประชุมชาติสมาชิกที่ลงนาม "พิธีสารเกียวโต" มีมติให้ "ชาติอุตสาหกรรม" ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 5.4 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2010
ปี 2544 : นายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ชาติอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดในโลก ประกาศว่า สหรัฐขอถอนตัวจากพิธีสารเกียวโต เพราะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ
นับตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน อุณหภูมิของโลกยังทำสถิติสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และรายงานของ "ไอพีซีซี" มีความเห็นว่า ปัญหาภาวะโลกร้อน 90 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากฝีมือมนุษย์ |