คณะของเราได้รับการต้อนรับและดูแลอย่างอบอุ่นจากท่านผู้บริหารสถานศึกษาทั้งสองท่าน คือ อาจารย์สมยศ สุวรรณธีระกิจ ผู้อำนวยการโรงเรียน และอาจารย์ผดุงศักดิ์ ศรีไท รองผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งก่อนที่เราจะได้ลงไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดเตรียมนั้น อาจารย์ผดุงศักดิ์ได้เล่าให้เราฟังว่าโรงเรียนได้จัดการเรียนรู้เรื่อการพิทักษ์ภูมิอากาศที่แตกต่างไปจากโรงเรียนอื่นๆ โดยได้ใช้แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในโรงเรียนมาจัดเป็นฐานการเรียนรู้เรื่องสิ้งแวดล้อมเพื่อการพิทักษ์ภูมิอากาศขึ้นจำนวน 16 สถานี ซึ่งมีการจัดการเรียนรู้แล้ว ในคาบสุดท้าย ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี ทั้งนี้ ครูได้เริ่มศึกษาข้อมูลความรู้ต่างๆ แล้วนำมาฝึกอบรมแก่นักเรียนในระดับชั้น ม.ปลาย เพื่อให้สามารถเป็นวิทยากรช่วยสอนน้องๆ ในระดับชั้น ม.ต้น ซึ่งจะมีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 ท่านประจำแต่ะสถานีเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้นั้น ครูจะใช้การเรียนเป็นกลุ่มโดยแบ่งกลุ่มตามหมู่ลูกเสือ-เนตรนารี แล้วให้แต่ละกลุ่มเวียนเข้าไปเรียนรู้ในแต่ละสถานีการเรียนรู้ ซึ่งนักเรียนแต่ละคนจะได้รับใบงานประกอบการเรียนรู้ทั้ง 16 สถานี ซึ่งประกอบด้วย
- สถานีการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- สถานีการเรียนรู้บ่อดักไขมัน
- สถานีการเรียนรู้บำบัดน้ำเสีย
- สถานีการเรียนรู้วัดความเร็วลม
- สถานีการเรียนรู้การจัดการขยะ
- สถานีการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
- สถานีการเรียนรู้สวนสมุนไพร
- สถานีการเรียนรู้พุดซาสัญจร
- สถานีการเรียนรู้โอโซนพิทักษ์โลก
- สถานีการเรียนรู้ระบบนิเวศน์
- สถานีการเรียนรู้วัดคุณภาพน้ำ
- สถานีการเรียนรู้ปุ๋ยชีวภาพ
- สถานีการเรียนรู้ผักปลอดสารพิษ
- สถานีการเรียนรู้วัดความชื้นในอากาศ
- สถานีการเรียนรู้ก๊าซเรือนกระจก
- สถานีการเรียนรู้วัดปริมาณน้ำฝน
เมื่อนักเรียนเรียนครบทั้ง 16 ศูนย์แล้ว จะมีการแบ่งกลุ่มนักเรียนใหม่ตามหมู่บ้านที่นักเรียนอาศัยอยู่ เพื่อทำการสำรวจสภาพแวดล้อม และแหล่งที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในหมู่บ้านของตนเอง อาจารย์ผดุงศักดิ์เล่าว่า การดำเนินการจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้ นอกจากจะเป็นการฝึกความสามัคคีของนักเรียนในหมู่บ้านเดียวกันแล้ว ยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ในชุมชนในการช่วยสอดส่องดูแลเด็กนักเรียนในหมู่บ้านของตนเองด้วย
เมื่อนักเรียนทุกกลุ่ม ได้สำรวจและได้ข้อมูลของแต่ละหมู่บ้านแล้ว ได้กลับมาประชุมกันเพื่อคิดวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบโครงการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย ซึ่งนักเรียนจะนำเสนอข้อมูลที่สำรวจได้ พร้อมโครงการฯ ที่จะดำเนินการให้ชุมชนได้ฟังด้วย โดยทุกโครงการฯ ได้เชิญผู้รู้ในชุมชนของตนเองมาเป็นที่ปรึกษาโครงการ จึงนับเป็นกลยุทธ์ที่โรงเรียนพยายามสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนที่น่าเอามาเป็นแบบอย่าง
ในวันที่เราไปเยี่ยมโรงเรียน เราได้ทดลองเข้าร่วมการเรียนรู้ในแต่ละสถานี ทำให้เราพบว่า โรงเรียนพุดซาฯ นี้มีดีตั้งมากมาย ที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์พลังงานทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะการผลิตปุ๋ยชีวภาพ การทำบ่อดักไขมัน ซึ่งเป็นการลดการปลดปล่อยก๊าซ
มีเทน หรือเรื่องพลังงานทดแทน ได้แก่ การผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว การใช้พลังงานลม หรือแม้แต่โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง เครื่องดูดใบไม้แห้งพลังแบตตารี่ ซึ่งสามารถใช้ได้จริงๆ
|