|
| |
| โรงเรียนคลองพนสฤษดิ์พิทยา จ.กระบี่ |
|
เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2549 ได้มีโอกาสลงไปจังหวัดกระบี่อีกครั้ง เพื่อเยี่ยมโรงเรียนคลองพนสฤษดิ์พิทยา คราวนี้ มีเพื่อนหนุ่มใหญ่ชาวศรีลังกา ชื่อ Mr.K.A. Jayaratne หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า คุณจาย่า ผู้สนใจใคร่รู้ถึงกิจกรรมพิทักษ์ภูมิอากาศของโรงเรียนในประเทศไทยเขาทำกันอย่างไร ติดตามไปด้วยเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์นำไปประยุกต์ดำเนินการในโรงเรียนในประเทศเขาได้ในอนาคต
เราไปถึงสนามกระบี่ก่อนกำหนดเวลาเล็กน้อย จึงมีเวลาเตร็ดเตร่เดินเล่นบริเวณลานกว้างของสนามบินที่ดูเหมือนกับยังสร้างไม่เสร็จดี เพราะร้านรวงบริเวณทางเดินออก ยังเปิดไม่หมด สักพัก เราก็ได้พบกับ 2 คุณครูที่มีน้ำใจนั่งรถมารับเราถึงสนามบิน คือ ครูวาริน และครูยินดี ซึ่งเป็นครูแกนนำในโครงการโรงเรียนพิทักษ์ภูมิอากาศ พาเราไปเข้าที่พักที่โรงแรมแม่น้ำกระบี่ ที่ตั้งอยู่กลางเมืองกระบี่ ทำเลดีมากเพราะไม่ไกลจากแหล่งกิน แถมวิวยังดีมากเพราะอยู่ติดสวนสาธารณะของเมือง และคลองที่ต่อกับทะเล |

โฉมหน้ากลุ่มนักเรียนแกนนำเขาหระ |
วันรุ่งขึ้น เราเดินทางจากที่พักไปถึงโรงเรียนในช่วงสายๆ มีเด็กนักเรียนแกนนำในชมรมพิทักษ์ภูมิอากาศประมาณ 30 คนเห็นจะได้มานั่งรอเราอยู่ในห้องประชุมก่อนแล้ว ระหว่างที่กำลังทักทายกับ ผู้บริหารโรงเรียน คือ อาจารย์พนม ไชยโรจน์อยู่นั้น เราสังเกตว่าทั้งอาจารย์ และคุณจาย่า น่าจะเป็นแฝดคนละฝา เพราะเผอิญรูปร่างหน้าตามาละม้ายคล้ายกัน รวมถึงอายุอานามก็ไล่เลี่ยกัน
จากนั้น ได้เชิญคุณจาย่าขึ้นมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศศรีลังกา เพื่อเป็นความรู้แก่เด็กและครู ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กๆ อย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องภาษา ที่เด็กๆ ได้ขอร้องให้คุณจาย่า เขียนคำว่า ฉันรักเธอเป็นภาษาสิงหลให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย |
| จากนั้น เด็กๆ ได้นำคุณจาย่าไปดูนิทรรศการผลงานเกี่ยวกับกิจกรรมพิทักษ์ภูมิอากาศที่ดำเนินการผ่านมา ซึ่งประกอบด้วย การประกวดภาพวาดและคำขวัญเพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการร่วมกันลดภาวะโลกร้อน และผลงานการลงสำรวจปัญหาและแหล่งกำเนิดภาวะโลกร้อนในชุมชน ภายใต้โครงการลมหวน ซึ่งผู้เขียนสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดโครงการนี้ จึงถูกตั้งชื่อว่าโครงการลมหวน เมื่อได้รับคำตอบจากเด็กๆ จึงถึงบางอ้อว่า ลมหวนมาจากการที่เราได้หวนไปดูชุมชนของเราว่ามีปัญหาอะไรบ้างในเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาวิเคราะห์และหาทางแก้ไข ซึ่งหลังจากที่เราศึกษาปัญหาในชุมชนแล้ว เด็กๆ จะริเริ่มโครงการฟ้าหลังฝนตามมา กล่าวคือ ฟ้าหลังฝนมักจะแจ่มใส เหมือนเราได้ดำเนินโครงการเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชนของเรานั่นเอง แหม
แยบยลอย่างนี้ พี่ตามไม่ทันเลยน้องๆ จ๋า
|
| ก่อนอำลาจากโรงเรียน เราได้พูดคุยกับคณะครูถึงโครงการรณรงค์สร้างความรู้
ความเข้าใจ และจิตสำนึกของเด็กนักเรียนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และภาวะโลกร้อน ที่จะเกิดขึ้นในภาคเรียนที่ 2 ซึ่งเราค่อนข้างจะชื่นใจ ที่ได้รับคำยืนยัน
จากทั้งผู้บริหารและคณะครูว่าโครงการนี้ดีและมีประโยชน์ โดยขณะนี้ คณะครู
กำลังคิดถึงการบูรณาการการเรียนการสอนเพื่อลดภาวะโลกร้อนร่วมกัน โดยใช้เรื่อง
ขยะเป็นประเด็นหลัก ทั้งนี้ ครูต้องการให้นักเรียนมีการลด และแยกขยะในโรงเรียน
เพื่อลดภาวะ
โลกร้อน และที่สำคัญผู้บริหารโรงเรียน คิดที่จะรณรงค์ให้นักเรีย
นรับประทานอาหารให้หม
ดจาน ภายใต้คำขวัญ
ทานให้หมด
ช่วยลดโลกร้อน
แหม
เก๋ไก๋ สมกับเป็นนักแต่งกลอนมือฉมังจริงๆ สำหรับท่านผู้บริหารโรงเรียนคลองพนสฤษดิ์ท่านนี้ |

ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก |
| ตอนนี้ แม้จะยังไม่เห็นกิจกรรมภายใต้โครงการดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แต่เราจะพยายามติดตามดูว่า โรงเรียนนี้เขารณรงค์กันสำเร็จหรือไม่อย่างไร เพื่อนำมาเสนอต่อเพื่อนๆ ชาวโรงเรียนพิทักษ์ภูมิอากาศกันในภาคต่อไป |

ครูวารินและครูยินดี
คณะครูแกนนำจากโรงเรียนพนสฤษดิ์ฯ |
ท้ายที่สุดของบทความนี้ อยากบอกว่า ชาวกระบี่ ช่างโชคดีจริงๆ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้มากมาย แค่ช่วงที่เราไปยังได้ไปเรียนรู้ในหลายสถานที่ ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าสนใจ และมีประโยชน์ในการศึกษาธรรมชาติวิทยาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น สุสานหอย, เส้นทางศึกษาธรรมชาติสังคมป่าพรุทุ่งเตียว-สระแก้ว-สระมรกต, สะพานท่องเที่ยวป่าชายเลนปากแม่น้ำกระบี่, น้ำตกร้อน, หาดนพรัตน์ธารา, อ่าวนาง เป็นต้น
มนต์เสน่ห์ของกระบี่
มิใช่อยู่ที่มีสถานที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เรายังพบว่าคนกระบี่ยังมีน้ำใจงาม มีหอยแครงขนาดคิงไซส์ ตัวใหญ่มากๆ หลงเหลือให้เราเราได้กิน และมีสาหร่ายทะเลที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เอาไว้เป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริกกุ้งเสียบได้อย่างเอร็ดอร่อยอีกด้วย สมาชิกท่านใดอยากไปเยือนเหมือนเราบ้าง ติดต่อไปที่ครูวาริน โทร 0810801544 ได้เลยเจ้าค่ะ
|
| |